โครงการฯ กับการพัฒนาการอันยั่งยืน


โครงการฯ กับการพัฒนาการอันยั่งยืน

เป้าหมายของการพัฒนาโครงการ โครงการระบบเครือข่ายน้ำในพื้นที่วิกฤติน้ำ 19 พื้นที่ เป็นโครงการขนาดใหญ่ ที่จะส่งผลต่อการพัฒนาภาคอีสานแบบองค์รวม ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมหาศาลต่อประชาชนในพื่นที่และเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่เจริญเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยมีเป้าหมายในด้านคุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อม และสังคม ดังนี้

  1. ด้านคุณภาพชีวิตที่ดี
  2. ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้นและยกระดับมาตรฐานการดำรงชีวิต ทำให้สภาพแวดล้อมต่างๆ ดีขึ้นด้วย เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามความจำเป็นพื้นฐานดังนี้

    (1) การประกอบอาชีพ
    เพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพ ทั้งในด้านเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม เกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้น ลดปัญหาการว่างงานและปัญหาการอพยพแรงงานเข้าสู่ชุมชนเมือง ผลผลิตทางการเกษตรเพื่อการบริโภคภายในประเทศและส่งออกเพิ่มขึ้น เศรษฐกิจของภาคอีสานเกิดขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
    (2) สุขอนามัย
    มีแผนอบรมให้ความรู้ด้านสุขภาพอนามัยให้แก่ประชาชน ทำให้คุณภาพชีวิตภาวะโภชนาการและอนามัยสิ่งแวดล้อมดีขึ้น ลดอัตราการเจ็บป่วย ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้น ประชาชนมีความสุขเพิ่มขึ้น
    (3) ด้านการศึกษา
    ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น เป็นการเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้กับสมาชิกในครอบครัว

  3. ด้านสิ่งแวดล้อม
  4. มุ่งเน้นการแก้ปัญหาด้านทรัพยากรน้ำเป็นสำคัญ มีการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเป็นระบบ เป็นผลประโยชน์โดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ส่วนผลประโยชน์ทางอ้อมที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในระยะยาวก็คือ ความสมดุลและยั่งยืนของระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม

  5. ด้านเศรษฐกิจสังคม
  6. โครงการระบบเครือข่ายน้ำในพื้นที่วิกฤติน้ำ 19 พื้นที่ มีเป้าหมายในด้านเศรษฐกิจสังคม ดังนี้

    (1) เกษตรกร จำนวน 1.85 ล้านครัวเรือน มีรายได้เพิ่มขึ้นจาก 68,000 บาท ต่อครัวเรือนต่อปี เป็นอย่างน้อยเท่ากับค่าเฉลี่ยของประเทศ คือ 137,000 บาท ต่อครัวเรือนต่อปีหรือเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว

    (2) ภาคอีสานมีผลิตภัณฑ์มวลรวม เพิ่มขึ้นจาก 1.12 ล้านล้านบาท เป็น 1.25 ล้านล้านบาท

    (3) ภาคอีสานจะเป็นศูนย์กลางการผลิตด้านการเกษตรทั้งพืชอาหารและพืชพลังงานของประเทศไทย

ภาพอนาคตภาคตะวันออกเฉียงเหนือหลังการพัฒนาโครงการ
ภายใต้สภาวะปัจจุบัน หากการบริหารจัดการน้ำยังเป็นไปตามแนวทางเดิม คือ ไม่มีการพัฒนาโครงการผันน้ำโขง ภาพใหญ่ที่คาดคะเนได้ว่าจะต้องเกิดขึ้นในอนาคตและทวีความรุนแรงขึ้น ก็คือ
  • ความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  • ประชาชนประสบภัยแล้ง/น้ำท่วมซ้ำซาก
  • พื้นที่เหมาะสมเพื่อการเกษตรลดลง (พื้นที่เสี่ยงเป็นทะเลทรายและดินเค็มจะเพิ่มขึ้น) ผลิตภาพการเกษตรเท่าเดิมหรือลดลง การเติบโตทางเศรษฐกิจ (Relative growth) ต่ำหรือถดถอย หนี้สินครัวเรือนและชุมชนมากขึ้น NPL จะสะสมมากขึ้นสร้างภาระการชำระหนี้ให้รัฐบาลต้องแบกรับ
  • ประชากรยากจนมากขึ้น เคลื่อนย้ายถิ่นฐานมากขึ้น สังคมขาดความสงบสุขและความมั่นคง
  • การพัฒนาล้าหลังภาคอื่นมากขึ้นจนเป็นจุดถ่วงที่อาจสร้างความถดถอยของประเทศโดยรวม
  • สูญเสียโอกาสที่จะเป็นแหล่งผลิตพืชอาหารและพลังงานที่สำคัญของโลก และสูญเสียโอกาสการแข่งขันด้านการอุตสาหกรรมเกษตร/พลังงานชีวภาพ
  • ในภาพรวมระดับประเทศ ศักยภาพการแข่งขันด้านการเกษตรจะคงที่หรือลดลง ไม่อาจอยู่ข้างหน้าคู่แข่งได้

ทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดที่จะเปลี่ยนภาพอนาคตของภาคอีสานให้เป็นไปในทิศทางที่มั่นคงมีเสถียรภาพและยั่งยืน คือ การพัฒนาแหล่งน้ำให้ทั่วถึง โครงการที่เหมาะสม คือ โครงการระบบเครือข่ายน้ำในพื้นที่วิกฤตน้ำ 19 พื้นที่ ซึ่งมีลักษณะสำคัญ คือ

  • เป็นโครงการชลประทานที่ส่งน้ำด้วยระบบสูบน้ำจากแม่น้ำโขงได้พื้นที่ชลประทานขนาดใหญ่มากมหาศาลในโครงการเดียวมากกว่า 40 ล้านไร่ (ใหญ่กว่าพื้นที่ชลประทานทั้งหมดของประเทศบังคลาเทศและเวียดนามรวมกัน) ส่งผลให้ประเทศไทยมีพื้นที่ชลประทานใหญ่เป็นลำดับที่ 7 ของโลก
  • ผันน้ำโขงด้วยระบบสูบน้ำที่บริเวณท่าบ่อ ห้วยหลวง เลย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร ดอนตาล และโขงเจียม เพื่อส่งน้ำให้พื้นที่ต้นน้ำชี ต้นน้ำมูล และต้นน้ำสาขาแม่น้ำโขงอื่นๆ ในประเทศไทย
  • ส่งน้ำให้พื้นที่ลุ่มน้ำโขง ชี-มูล และสามารถช่วยเหลือพื้นที่วิกฤติภัยแล้งบริเวณต้นน้ำชี ต้นน้ำมูล รวมถึงเติมน้ำให้ระบบแม่น้ำ และลำน้ำสาขาแม่น้ำโขงในประเทศไทยและอ่างเก็บน้ำต่างๆ ได้
  • ระบบคลองส่งน้ำสามารถช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นเป็นประจำในลุ่มน้ำมูล ลุ่มน้ำชี และลุ่มน้ำสาขาแม่น้ำโขง