รายละเอียดการศึกษาด้าน SIA

รายละเอียดการศึกษาด้าน SIA

วิธีการศึกษาผลกระทบทางสังคม

งานศึกษาผลกระทบด้านสังคม (Social Impact Assessment: SIA) สำหรับโครงการระบบเครือข่ายน้ำในพื้นที่โครงการนั้น จะดำเนินการศึกษาและประเมินผลกระทบด้านสังคม โดยการมีส่วนร่วมของประชาชน ตลอดจนการกำหนดมาตรการและแผนแก้ไขผลกระทบทางสังคม ประเมินผลกระทบตามระยะการพัฒนาครอบคลุมทุกประเด็นที่เกี่ยวข้อง โดยใช้แนวทางการประเมินผลกระทบทางสังคม ตามคู่มือระบบการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย ฉบับเดือนเมษายน 2553 ที่จัดทำโดยสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขั้นตอนและกระบวนการทำการประเมินผลกระทบด้านสังคม มีรายละเอียดดังนี้

1) รวบรวมข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data) เช่น เอกสารผลการสำรวจหรือสังเกตการณ์ รายงานประจำปี รายงานผลการศึกษา เป็นต้น จากแหล่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

2) สำรวจภาคสนามเพื่อเก็บข้อมูลปฐมภูมิ และทำการสุ่มตัวอย่างทางสังคมในด้านที่มีผลกระทบ ที่มีนัยสำคัญ และสอดคล้องกับข้อกำหนดการศึกษา เพื่อนำมาประกอบการประเมินผลกระทบด้านสังคมประกอบด้วย กิจกรรมต่างๆ ดังนี้
  1. สำรวจภาคสนามด้วยแบบสอบถาม ประชาชนทั่วไป
  2. สัมภาษณ์เจาะลึกในกลุ่มผู้นำชุมชน ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
  3. การสนทนากลุ่ม
  4. การฝึกอบรมอาสาสมัครเครือข่ายนักวิจัยท้องถิ่น
  5. การประชุมชี้แจงต่อสาธารณะ
3) วิเคราะห์ข้อมูลที่รวบรวมได้ ตามข้อ 1) และ 2) เพื่อเลือกสรรข้อมูลที่เกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์หรือที่เชื่อถือได้ ตามด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลทางด้านสถิติ

4) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสภาพทางสังคม และ/หรือผลกระทบขององค์ประกอบต่างๆ ของโครงการและของโครงการ เพื่อทำให้การประเมินผลกระทบทางสังคม การเสนอมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบได้ผลสมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยมีขั้นตอนดังนี้
  1. กำหนดมาตรการป้องกัน และแก้ไขผลกระทบด้านสังคม ซึ่งประกอบไปด้วย ความพยายามหลีกเลี่ยงหรือลดโอกาสที่จะต้องโยกย้ายถิ่นฐานของชุมชน การเตรียมแผนและงบประมาณอย่างเพียงพอในการป้องกันและลดผลกระทบ และการให้ข้อมูลข่าวสารและการหารือกับชุมชนอย่างต่อเนื่อง
  2. กำหนดมาตรการลดผลกระทบด้านสังคมของโครงการแก่ผู้มีส่วนได้เสีย สำหรับชุมชนในพื้นที่โครงการและกลุ่มผู้ด้อยโอกาส ได้แก่ สุขภาพของประชาชน ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม สุนทรียภาพ ตลอดจนการคมนาคมขนส่งและการชดเชย
  3. กำหนดแผนการดำเนินการติดตามตรวจสอบแผนป้องกัน และลดผลกระทบด้านสังคมอย่างมีส่วนร่วม โดยให้ผู้มีส่วนได้เสียเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการติดตามและประเมินผล
  4. กำหนดมาตรการการติดตามตรวจสอบผลกระทบด้านสังคมในด้านต่างๆ ตามข้อ 1)

ขั้นตอนในการศึกษาผลกระทบทางสังคม

ภารกิจในการประเมินผลกระทบทางสังคมของโครงการ (SIA) อาศัยกิจกรรม/เทคนิคการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ตามขั้นตอนดังนี้

1) การรวบรวมข้อมูลรายละเอียดโครงการและข้อมูลพื้นฐานของชุมชน เพื่อนำมาใช้ในการวางแผนการศึกษาผลกระทบด้านสังคม ซึ่งข้อมูลที่จำเป็นประกอบด้วย
  1. จำนวนชุมชน ที่ตั้งชุมชน ขอบเขตของชุมชน
  2. ข้อมูลประชากร
  3. สภาพทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และการใช้ที่ดิน
  4. สภาพปัญหาทางด้านสังคมของชุมชน
  5. ความต้องการและแผนการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นในด้านต่างๆ
  6. ยุทธศาสตร์การพัฒนาท้องถิ่นตามบทบาทภารกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น


2) การประเมินสภาพแวดล้อมชุมชนแบบมีส่วนร่วม (Participatory Rural Appraisal: PRA) มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการบูรณาการผู้ศึกษาทางด้านผลกระทบด้านสังคมให้รู้จัก และเรียนรู้สภาพแวดล้อมของชุมชนในด้านต่างๆ รวมทั้งพบปะพูดคุยกับผู้ให้ข้อมูลหลักในชุมชน (Key Informants) อันเป็นการตรวจสอบความอ่อนไหว (Sensitive Area) ของพื้นที่ศึกษา ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการนำข้อมูลมาใช้ในกระบวนการวางแผนการดำเนินงานศึกษาของโครงการในประเด็นต่างๆ

3) จำแนกผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่ (Stakeholder Analysis) การจำแนกผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงการ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ
  1. ผู้มีส่วนได้เสียหลัก (Primary Stakeholder) ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ทั้งผลกระทบเชิงบวกและลบ ในที่นี้หมายถึง ชุมชนหรือราษฎรที่ต้องได้รับผลอันเนื่องจากการพัฒนาโครงการ
  2. ผู้มีส่วนได้เสียรอง (Secondary Stakeholder) ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยอ้อมจากโครงการทั้งกลุ่มภาคประชาสังคม ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง หรือองค์กรต่างๆ ที่อยู่โดยรอบพื้นที่โครงการ
อย่างไรก็ตาม หากจำแนกกลุ่มทั้งหมดของผู้ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงการ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลต่อการยอมรับโครงการ สามารถจำแนกได้ 5 กลุ่ม ดังนี้
  • ผู้นำชุมชนและองค์ปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่
  • ราษฎร/ชุมชน รวมถึงกลุ่มชุมชนท้องถิ่นในพื้นที่
  • ส่วนราชการในระดับอำเภอและจังหวัด
  • ภาคเอกชน องค์กรสาธารณกุศล
  • สื่อสารมวลชนแขนงต่างๆ
4) การประเมินความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Need Assessment) การประเมินความต้องการและความจำเป็นของชุมชน ที่มีต่อการพัฒนารูปแบบการศึกษาของโครงการ ความต้องการในการเข้ามามีส่วนร่วมกับโครงการ แนวทางการสื่อสารข้อมูลของโครงการให้กับชุมชนได้รับทราบ เป็นต้น

5) การใช้เครื่องมือสำหรับการศึกษาผลกระทบด้านสังคมและการมีส่วนร่วม ซึ่งมีอยู่หลายลักษณะขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของการศึกษาในแต่ละด้าน ได้แก่
  1. การศึกษาด้วยแบบสอบถาม (Questionnaires)
  2. การสัมภาษณ์เจาะลึก (In-depth Interviews)
  3. การสนทนากลุ่ม (Focus Group Discussion)
  4. การสร้างเครือข่ายนักวิจัยในท้องถิ่น (Local Researcher Network)
6) กระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นโดยการจัดประชุม/สัมมนา หรือการประชุมกลุ่มย่อยในพื้นที่


ร่างรายงานฉบับสุดท้าย งานศึกษาประเมินผลกระทบด้านสังคม (Social Impact Assessment : SIA)
  1. ห้วยน้ำโสม
  2. ห้วยน้ำโมง
  3. ห้วยน้ำสวย
  4. ห้วยหลวง
  5. ลำพะเนียง
  6. เหนือเขื่อนอุบลรัตน์
  7. น้ำเชิญ – น้ำพรม
  8. ท้ายเขื่อนอุบลรัตน์ ฝั่งซ้าย
  9. ท้ายเขื่อนอุบลรัตน์ ฝั่งขวา
  1. ลำปาวตอนบน
  2. ห้วยสายบาตร
  3. ลำปาวฝั่งขวา
  4. ลำปาวฝั่งซ้าย
  5. น้ำสงครามตอนบน
  6. น้ำสงครามตอนกลาง
  7. น้ำสงครามตอนล่าง
  8. น้ำยาม
  9. น้ำอูน
  10. ริมแม่น้ำโขง