บทนำ
งานศึกษาจัดทำระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ (MIS) และระบบตัดสินใจ (DSS)
ความเป็นมาของโครงการ
กรมทรัพยากรน้ำได้ดำเนินโครงการระบบเครือข่ายน้ำในพื้นที่วิกฤติน้ำ 19 พื้นที่ โดยทำการศึกษาความเหมาะสมของโครงการ (FS) ศึกษาการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และศึกษาประเมินสิ่งแวดล้อม ระดับยุทธศาสตร์ (SEA) ในระดับลุ่มน้ำโขง ชี มูล เพื่อเป็นกระบวนการในการตัดสินใจให้เกิดความยั่งยืนทุกมิติอย่างมีประสิทธิภาพ และให้ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมสอดคล้องกับนโยบายของรัฐ แผนพัฒนา ยุทธศาสตร์ของประเทศและภูมิภาค สำหรับการจัดทำนโยบาย แผนและโครงการ ในการบริหารจัดการน้ำเพื่อพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ดังนั้นเพื่อให้การบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงให้มีการศึกษาและจัดทำระบบฐานข้อมูลสารสนเทศ ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ และระบบตัดสินใจ ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีโครงสร้างและองค์ประกอบของฐานข้อมูลที่เข้ากันได้กับกรมทรัพยากรน้ำที่มีอยู่แล้ว
วัตถุประสงค์
1) เพื่อรวบรวมข้อมูล ใช้ในการวางแผนระบบเครือข่ายน้ำพื้นที่วิกฤติน้ำ 19 พื้นที่
2) เพื่อจัดทำและนำเข้าข้อมูลในระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ ใช้ในการวางแผนระบบเครือข่ายน้ำพื้นที่วิกฤติน้ำ 19 พื้นที่
3) เพื่อใช้ข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์ในการตัดสินใจบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบบูรณาการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยครอบคลุมลุ่มน้ำโขงอีสาน ชี มูล
ขอบเขตการศึกษา
1) รวบรวมข้อมูลพื้นฐานจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วยกลุ่มการบริหารจัดการ ข้อมูลภูมิประเทศ ข้อมูลทรัพยากรน้ำ ข้อมูลโครงสร้างสาธารณูปโภค ข้อมูลธรณีวิทยา ข้อมูลทรัพยากรดิน ข้อมูลทรัพยากรป่าไม้ ข้อมูลการใช้ที่ดิน ข้อมูลพื้นที่เสี่ยงภัยธรรมชาติ ข้อมูลลักษณะภูมิอากาศ ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว และข้อมูลแหล่งน้ำ
2) รวบรวมข้อมูลวิเคราะห์ จากผู้เชี่ยวชาญแต่ละสาขาของกลุ่มงานที่จัดทำโครงการฯ
3) ออกแบบโครงสร้างฐานข้อมูล ประกอบด้วย ข้อมูลพื้นฐาน และข้อมูลวิเคราะห์
4) จัดทำข้อมูลระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ โดยกำหนดระบบอ้างอิง UTM WGS 1984 โซน 48
5) จัดทำคำอธิบายข้อมูล (Metadata)
แนวทางและรายละเอียดการศึกษาความเหมะสม
ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS)
สำหรับงานด้านระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) ที่ได้จัดทำประกอบด้วยงานหลัก 4 ด้าน คือ 1) การรวบรวมข้อมูลระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ 2) การออกแบบโครงสร้างฐานข้อมูล 3) การจัดทำฐานข้อมูลระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ และ 4) การจัดทำคำอธิบายข้อมูล (Metadata)
- การรวบรวมข้อมูลระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์
เป็นการรวบรวมข้อมูลที่จะนำมาใช้ในงานโครงการจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ข้อมูล ส่วนใหญ่เป็นข้อมูลทุติยภูมิ หน่วยงานที่ให้บริการประกอบด้วย กรมทรัพยากรน้ำ กรมชลประทาน กรมทรัพยากรธรณี กรมพัฒนาที่ดิน กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กรมอุตุนิยมวิทยา กรมแผนที่ทหาร กรมโยธาธิการและ ผังเมือง เป็นต้น |
|
 |
 |
|
ข้อมูลที่รวบรวมได้จากหน่วยงานต่างๆมีหลายรูปแบบ แบ่งได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือ1) กลุ่มข้อมูลที่อยู่ในรูปแบบ Hard copy 2) กลุ่มข้อมูลที่อยู่ในรูปแบบ soft copy และ 3) กลุ่มข้อมูลที่อยู่ในรูปแบบเอกสาร รายงาน |
จะเห็นได้ว่าข้อมูลที่รวบรวมมานั้นมีรูปแบบที่แตกต่างกัน ไม่สามารถนำมาประมวลผลวิเคราะห์ร่วมกันได้ จะต้องนำมาผ่านกระบวนการจัดทำในระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ก่อน จึงจะทำให้ข้อมูลต่างๆเหล่านี้ นำมาวิเคราะห์ร่วมกันได้ ขั้นเบื้องต้นข้อมูลจะถูกนำมาแปลงให้อยู่ในรูปแบบเดียวกัน และจัดไว้เป็นหมวดหมู่อย่างเหมาะสม ข้อมูล ที่ผ่านการจัดทำแล้วจะมีความสัมพันธ์สอดคล้องกัน อยู่ในระบบพิกัดเดียวกัน ทุกชั้นข้อมูลซ้อนทับกันได้สนิท
ในการดำเนินโครงการ แบ่งข้อมูลออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มข้อมูลพื้นฐาน และกลุ่มข้อมูลวิเคราะห์ ซึ่งแต่ละกลุ่มก็จะประกอบด้วยข้อมูลย่อยอีกหลายชั้นข้อมูลที่มีลักษณะและประเภทเดียวกันเรียงกันตามลำดับ
กลุ่มข้อมูลพื้นฐาน
ข้อมูลที่ถูกจัดเก็บไว้ในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นข้อมูลพื้นฐานด้านต่างๆ ที่งานเกือบทุกด้านนำไปใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นสำหรับการเริ่มงาน เช่น ข้อมูลแนวขอบเขตจังหวัด อำเภอ ตำบล ถนน ทางน้ำ สถานที่สำคัญต่างๆ เป็นต้น เป็นการอ้างอิงถึงที่ตั้ง ตำแหน่งที่อยู่ของโครงการ หรือลักษณะทางพื้นที่ สภาพแวดล้อม ลักษณะทางกายภาพทั่วไป เป็นต้น ชั้นข้อมูลที่ได้รวบรวมและจัดไว้ในกลุ่มนี้ ประกอบด้วยข้อมูล 12 ด้าน คือ ด้านที่ 1 ข้อมูลการบริหาร/การปกครอง ด้านที่ 2 ข้อมูลภูมิประเทศ (Topography) ด้านที่ 3 ข้อมูลทรัพยากรน้ำ ด้านที่ 4 ข้อมูลด้านโครงสร้างสาธารณูปโภค ด้านที่ 5 ข้อมูลด้านธรณีวิทยา ด้านที่ 6 ข้อมูลด้านทรัพยากรดิน ด้านที่ 7 ข้อมูลด้านทรัพยากรป่าไม้ ด้านที่ 8 ข้อมูลด้านการใช้ที่ดิน ด้านที่ 9 ข้อมูลด้านพื้นที่เสี่ยงภัยธรรมชาติ ด้านที่ 10 ข้อมูลด้านลักษณะภูมิอากาศ ด้านที่ 11 ข้อมูลด้านแหล่งท่องเที่ยว และด้านที่ 12 ข้อมูลด้านแหล่งน้ำ
กลุ่มข้อมูลวิเคราะห์
เป็นส่วนที่ใช้จัดเก็บรวบรวมข้อมูลที่สำคัญของโครงการแบบเฉพาะด้าน ประกอบด้วย ข้อมูลที่เป็นผลการวิเคราะห์จากการศึกษาของงานด้านต่างๆ ข้อมูลที่สังเคราะห์ขึ้นใหม่ รวมทั้งข้อมูลที่จัดเก็บจากสนาม เป็นต้น โดยได้มีการแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มหลัก ตามลักษณะการศึกษา คือ กลุ่มที่ 1 การศึกษาการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ กลุ่มที่ 2 การศึกษาความเหมาะสมของโครงการฯ กลุ่มที่ 3 การศึกษาการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม กลุ่มที่ 4 การศึกษาการวิเคราะห์ผลกระทบต่อสุขภาพ และกลุ่มที่ 5 การศึกษาการวิเคราะห์ผลกระทบทางสังคม โดยที่แต่ละกลุ่มหลักจะประกอบด้วยข้อมูลย่อยที่แตกต่างกันออกไป ตามลำดับ
- การออกแบบโครงสร้างฐานข้อมูล (Data Dictionary)
โดยทั่วไปเป็นการออกแบบระบบที่ใช้จัดเก็บและบันทึกข้อมูลให้เป็นระเบียบ ข้อมูลที่เหมือนกันจะถูกนำมาไว้ในที่เดียวกัน ข้อมูลที่ต่างกันจะถูกจำแนกออกจากกัน ข้อมูลที่สัมพันธ์เชื่อมโยงกันจะมีการกำหนดรหัสอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เกิดความสะดวกต่อการเรียกใช้งาน ถึงแม้ว่าข้อมูลจะมีปริมาณมากและมีความสลับซับซ้อนเพียงใดก็ตามจะถูกทำให้เป็นระบบในขั้นตอนนี้
การออกแบบโครงสร้างข้อมูลจะเริ่มจากการกำหนดรายการฟีเจอร์ (Feature) ที่ต้องการจัดเก็บสำหรับใช้งาน การกำหนดรูปแบบการบันทึกข้อมูล คุณสมบัติ รายการฟีเจอร์ในฐานข้อมูล รูปแบบฟีเจอร์ข้อมูลเป็นจุด เส้น หรือพื้นที่รูปปิด รวมทั้งลักษณะข้อมูลเชิงบรรยาย (Attribute) สำหรับแต่ละฟีเจอร์ด้วย
การออกแบบได้มีการอ้างอิงตามมาตรฐาน ISO 19107 Spatial schema เป็นการบอกลักษณะ
การบันทึกข้อมูลทางภูมิศาสตร์ที่จะบันทึกลงในฐานข้อมูลระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ ด้วยการกำหนดเป็นฟีเจอร์ ประเภท จุด (Point) เส้น (Line) หรือพื้นที่รูปปิด (Polygon) และลักษณะข้อมูลเชิงบรรยายข้อมูล (Attribute) นอกจากนี้แล้วยังต้องกำหนดประเภทการจัดเก็บ ประเภทโครงสร้างด้วย เช่น กำหนดข้อมูลเป็นข้อความ เป็นตัวเลข หรือ เวลา เป็นต้น
ผลการออกแบบโครงสร้างฐานข้อมูลของกลุ่มข้อมูลพื้นฐานสำหรับใช้งานในโครงการแสดงได้ตามตัวอย่าง
กลุ่มการบริหาร/การปกครอง (Administrative)
- การจัดทำฐานข้อมูลระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์
ในขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก เป็นการจัดทำข้อมูลที่อยู่ในรูปแบบต่างๆ ทั้งส่วนที่เป็น hard copy, soft copy ทั้งในรูปแบบ GIS และไม่ใช่ GIS ก็ตาม จะถูกจัดทำและปรับสภาพให้อยู่ในรูปแบบเดียวกันทั้งหมดในรูปแบบของข้อมูล GIS
ข้อมูลที่ได้จัดทำแล้วนั้น จะอยู่ในรูปแบบข้อมูลเชิงเลขมีนามสกุลเป็น shape file (.shp), Coverage file, Goedatabse (.mdb) เป็นต้น เป็นรูปแบบที่เหมาะสมกับการทำงานด้วยระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์

ผลจากการจัดทำฐานข้อมูลชุดดังกล่าวข้างต้น จะถูกจัดเก็บไว้ในรูปแบบฐานข้อมูล Geodatabase ซึ่งเป็นรูปแบบที่เหมาะสมสำหรับจัดการกับข้อมูลทางภูมิศาสตร์ ในโฟลเดอร์หนึ่ง เป็นระบบไฟล์ข้อมูล Microsoft Access หรือ ฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ เช่น Oracle, Microsoft SQL Server, PostgreSQL, Informix หรือ IBM DB คุณสมบัติที่สำคัญของฐานข้อมูลในรูปแบบนี้คือ สามารถจัดเก็บข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ รองรับไฟล์ขนาดใหญ่ได้สูงสุดถึง 1 TB และสามารถสร้างความสัมพันธ์ของข้อมูล (Relationship) ได้เป็นอย่างดี แสดงข้อมูลได้อย่างรวดเร็วกว่ารูปแบบอื่นๆ
- การจัดทำคำอธิบายข้อมูล (Metadata)
การจัดทำคำอธิบายข้อมูล (Metadata) เป็นการกำหนดรายละเอียดที่เป็นคุณลักษณะของชุดข้อมูล เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการเผยแพร่ ใช้งานชุดข้อมูล Metadata เป็นส่วนสำคัญของชุดข้อมูลที่ทำให้ข้อมูลมีความสมบูรณ์ โดยในประเทศไทยได้มีการดำเนินการจัดทำ Metadata ตามมารฐาน ISO 19115 อย่างกว้างขวาง สำหรับการจัดทำ Metadata ของโครงการนี้ ได้ดำเนินงานตามขั้นตอนของมาตรฐาน ISO 19115 : 2003 Geographic Information : Metadata
การนำเข้าข้อมูล Metadata
การจัดทำ Metadata ให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดนั้น ทางสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (สทอภ.) ได้พัฒนาโปรแกรมเอาไว้ในขั้นเบื้องต้นสำหรับการบันทึกรายการมาตรฐาน คือ Metadata Editor และทางกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้พัฒนาโปรแกรมเพื่อเป็นเครื่องมือจัดทำและแก้ไข Metadata ไว้เช่นกัน คือ DPT Metadata Editor
ในการดำเนินงานครั้งนี้ ได้พิจารณาถึงความสะดวกสำหรับผู้ใช้งาน ในการติดตามตรวจสอบและใช้งาน ข้อมูลโครงการเป็นสำคัญ ซึ่งมีปริมาณมาก จึงได้จัดทำให้ Metadata อยู่ควบคู่กับชั้นข้อมูลที่ได้จัดทำนั้น เมื่อข้อมูลถูกนำไปใช้งานที่ใดก็ตาม ส่วนที่เป็นรายการ Metadata ก็จะติดไปกับชุดข้อมูลด้วย เป็นการสะดวกเมื่อข้อมูลจะถูกนำไปเผยแพร่ยังที่ต่างๆ ในโลกระบบเครือข่าย ข้อมูลยังสามารถเรียกใช้งาน การสืบค้นได้จากโปรแกรม GIS โดยตรงในรูปแบบรายงานที่ง่าย
เครื่องมือสำหรับการจัดทำรายการ Metadata ในโครงการ
รูปแบบการจัดเก็บ Metadata
โดยทั่วไปรายการมาตรฐาน ISO 19115 เป็นการกำหนดหัวข้อ และสิ่งที่จะบันทึก ลงในฟอร์มตามมาตรฐานเท่านั้น แต่มิได้กำหนดรูปแบบของการจัดเก็บ หรือเผยแพร่เอาไว้ ดังนั้นผู้ใช้สามารถจัดทำ Metadata ในรูปแบบของ ASC|| text file หรือ MS Access database หรือ HTML file ก็ได้ อย่างไรก็ตามรูปแบบการจัดเก็บข้อมูลที่เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปว่ามีประสิทธิภาพและสะดวกในการแลกเปลี่ยนและสืบค้น ก็คือรูปแบบ XML (Extensible Markup Language)
การเชื่อมโยงฐานข้อมูล
ผลจากการจัดทำข้อมูลระบบสารสนเทศสำหรับทุกชั้นข้อมูลนั้นอยู่ในรูปแบบ Geodatabase โดยข้อมูลทั้งหมด ได้ส่งมอบสำหรับกรมฯ ใช้งาน ซึ่งข้อมูลจะมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ ข้อมูลจะถูกนำไปใช้ประโยชน์ในงานสาขาต่างๆ มากมาย เพื่อเป็นข้อมูลสนับสนุน การหาข้อสรุป การศึกษาพื้นที่ศักยภาพ การศึกษาแนวทางเลือก การศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสังคม สภาพเศรษฐกิจ และผลกระทบมิติต่างๆ ทำให้ได้ข้อสรุปที่รวดเร็ว ครอบคลุมทุกด้าน นอกจากนี้แล้วยังสนับสนุนงานระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ (MIS) และระบบสนับสนุนการตัดสินใจ(DSS) ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากสามารถเรียกใช้ข้อมูลจากแหล่งเดียวกันได้โดยตรงโดยไม่ต้องมีการแปลงหรือผ่านกระบวนการที่ซับซ้อน จึงทำให้เกิดการวิเคราะห์ประมวลผล การติดตามสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว มีประโยชน์ต่อการบริหารจัดการข้อมูลน้ำได้เป็นอย่างดี
ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ
- ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์
การศึกษาจัดทำระบบฐานข้อมูลระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อการจัดการและระบบตัดสินใจ (GIS MIS และ DSS) สำหรับการตัดสินใจในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้ใช้ .NET Framework เป็นเครื่องมือในการพัฒนาระบบด้านต่างๆโดยแบ่งเป็นการพัฒนาดังนี้
การพัฒนาการต่อเชื่อมระบบ MIS และ ฐานข้อมูล Microsoft SQL Server และ Geodata Base
โปรแกรมระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (ArcGIS Server) มีการบริการชั้นข้อมูลเพื่อที่จะพัฒนาด้วย Java API เพื่อแสดงแผนที่และชั้นข้อมูลจากเว็บบาร์เซอร์ที่ใช้ในการศึกษา
ส่วนการเชื่อมต่อระหว่างฐานข้อมูล GeoDatabase อยู่ในรูปแบบ Microsoft SQL Server นั้น ได้มีการพัฒนาโดยใช้ ADO.NET ในการเชื่อมต่อฐานข้อมูลดังกล่าว โดยการใช้ Store Procedure, View, Table และชุดคำสั่งใน Microsoft SQL Server ในการเรียกข้อมูลจากระบบฐานข้อมูลดังกล่าวได้ รวมไปถึงการใช้โปรแกรมสารสนเทศภูมิศาสตร์ ArcGIS 10 เชื่อมโยงชั้นข้อมูลสารสนเทศจากเครื่องแม่ข่ายได้
ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการเป็นระบบที่แสดงผลข้อมูลจากระบบฐานข้อมูลในรูปแบบต่างๆ โดยที่ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการจะมีการเชื่อมข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์เข้าด้วยกัน และแสดงผลข้อมูลที่จัดเก็บในระบบฐานข้อมูลที่ให้ออกแบบใช้งานเป็นหมวดหมู่และสามารถแสดงผลในรูปแบบเชิงพื้นที่ ได้แก่ ลุ่มน้ำหลัก ลุ่มน้ำสาขา จังหวัด อำเภอ และตำบล รวมทั้งการเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์ แสดงข้อมูลแผนที่ จากชั้นข้อมูลพื้นฐานและผลวิเคราะห์
- ข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์
สำหรับข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์ ได้ดำเนินการรวบรวมข้อมูล ครอบคลุมพื้นที่ 3 ลุ่มน้ำหลัก ได้แก่ ลุ่มน้ำโขง-อีสาน ลุ่มน้ำชี และลุ่มน้ำมูล โดยได้ทำการกำหนดข้อมูล จากการพิจารณารายการข้อมูลที่ต้องการในกระบวนการการศึกษา วางแผน และออกแบบ ในการรวบรวมข้อมูลได้ทำการสำรวจรวบรวมแหล่งข้อมูลแผนที่หรือข้อมูล Digital File ที่ได้มีการจัดทำไว้แล้วโดยหน่วยงานต่างๆ โดยได้มีการจัดกลุ่มของข้อมูลตามประเภทข้อมูล ความสะดวกต่อการใช้งานและมีการใช้งานกันได้
- ฐานข้อมูลที่นำเข้าสู่ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์
การจัดทำฐานข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์ที่จะนำเข้าระบบฐานข้อมูล กลุ่มบริษัทที่ปรึกษาจะจัดทำข้อมูลด้วยโปรแกรม ArcGIS10 จัดเก็บข้อมูลให้อยู่ในรูปของ Geodatabase และสามารถเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างหลายชั้นข้อมูล สะดวกต่อการแก้ไข ปรับปรุง และเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลอื่นในระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ ข้อมูลที่จัดทำอยู่ในระบบพิกัดยูนิเวอร์ซอลทรานสเวอร์สเมอเคเตอร์ (Universal Transverse Mercator : UTM) ใช้ระบบพิกัดที่มีมูลฐานร่วมกันทั่วโลก (Global Datum) ซึ่งได้แก่ WGS84 (World Geodetic System 1984) ที่ใช้รูปทรงรีที่มีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ศูนย์กลางมวลของโลก (earth’s center of mass) และใช้จุดดังกล่าวเป็นจุดกำเนิดของระบบพิกัด ข้อมูลที่ได้จัดทำอยู่ในโซน 47N (WGS_1984_UTM_ Zone_47N) โดยให้มีโครงสร้างและองค์ประกอบของระบบฐานข้อมูลที่เข้ากันได้กับกรมทรัพยากรน้ำที่มีอยู่แล้วหรือใช้โครงสร้างฐานข้อมูล (Data Dictionary) ของกรมทรัพยากรน้ำ และจัดทำชุดคำอธิบายข้อมูล (Metadata) ของกรมทรัพยากรน้ำด้วยเช่นกัน
- การพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ
ระบบ MIS จะแสดงผลข้อมูลต่างๆ จากระบบฐานข้อมูล และระบบนำเข้า และปรับข้อมูลจากฐานข้อมูลสารสนเทศภูมิ เข้าในระบบฐานข้อมูลกลางได้ โดยการแสดงผลข้อมูลใช้รูปแบบตาราง แผนที่ กราฟ ในรูปแบบที่เหมาะสมกับข้อมูล รวมไปถึงการทำรายงาน (Report) ข้อมูลต่างๆ และผลสถานการณ์น้ำด้านอุทกภัยและภัยแล้ง ตลอดจนการนำข้อมูลจากฐานข้อมูลกลาง และฐานข้อมูลสารสนเทศ ส่งออกเป็นข้อมูลนำเข้าแบบจำลอง เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ต่อได้
การพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการพัฒนาโดยใช้ .NET Framework พัฒนาในรูปแบบ ASP.NET (Visual Basic.NET และ Visual C#.NET) โดยใช้ ADO.NET ในการเรียกดูข้อมูลเพื่อแสดงผลในรูปแบบตาราง กราฟ เป็นเครื่องมือในการแสดงผลแผนที่ และพัฒนาการออกรายงาน (Report) ในรูปแบบต่างๆ
การพัฒนาระบบสนับสนุนการตัดสินใจ
ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ ประกอบด้วยส่วนสำคัญ 4 ส่วน ได้แก่ ส่วนการจัดการข้อมูล (Data Management Base) ส่วนการจัดแบบจำลอง (Model Management Base) ส่วนการจัดการองค์ความรู้ (Scenario Management Base) และส่วนการสื่อประสานกับผู้ใช้ (User Interface Manage Base, GUI) ซึ่งในการศึกษาเพื่อพัฒนาระบบสนับสนุนการตัดสินใจนั้น จะดำเนินการออกแบบและพัฒนาระบบสนับสนุนการตัดสินใจ เพื่อใช้ในการแก้ปัญหาด้านทรัพยากรน้ำและทรัพยากรอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีเป้าหมายที่จะบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยการบูรณาการระหว่างหน่วยงานและให้ประชาชน มีส่วนร่วม สร้างสมดุลยภาพการใช้น้ำให้ทุกภาคส่วน มีการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุน การเพิ่มมูลค่าน้ำ การส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจใช้น้ำน้อย การนำน้ำที่ใช้แล้วกลับมาใช้ประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรมและภาคส่วนต่างๆ การจัดการควบคุมการใช้ประโยชน์ที่ดินและการเกษตร (Zoning) ให้มีการปลูกพืชให้เหมาะสมกับสภาพดินและน้ำ การเพิ่มขีดความสามารถและเพิ่มประสิทธิภาพในด้านเกษตร การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมอย่างเป็นระบบให้เหมาะสมกับการจัดการด้านการใช้ที่ดินและทรัพยากรน้ำ และการเสริมสร้างศักยภาพการบริหารจัดการน้ำ รวมทั้งการพัฒนาระบบฐานข้อมูล องค์ความรู้ และเทคโนโลยี
การพัฒนาระบบตัดสินใจจะถูกพัฒนาบน ArcMap โดยใช้การพัฒนาชุดคำสั่งเพิ่มเติม (Developer Tools) พัฒนาส่วนการจัดการข้อมูล (Data Management Base) ส่วนการจัดแบบจำลอง (Model Management Base) ส่วนการจัดการองค์ความรู้ (Scenario Management Base) และส่วนการสื่อประสานกับผู้ใช้ (User Interface Manage Base, GUI) เพื่อให้ได้มีระบบระบบตัดสินใจเชิงพื้นที่ ร่วมกับระบบระบบตัดสินใจเชิงปริมาณ
- ระบบระบบตัดสินใจเชิงปริมาณ
เป็นการวิเคราะห์ปัญหาด้านทรัพยากรน้ำโดยใช้ข้อมูลด้านแบบจำลอง และ ข้อมูลด้านทรัพยากรน้ำต่างๆ โดยใช้หลักการ MCA ในการวิเคราะห์คะแนนในแต่ละพื้นที่ เพื่อหาแผนงาน/โครงการที่สอดคล้องกับสภาพพื้นที่
- ระบบระบบตัดสินใจเชิงพื้นที่ (Spatial Analysis)
เป็นการวิเคราะห์เชิงพื้นที่โดยใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์วิเคราะห์ชั้นข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาด้านทรัพยากรน้ำ
การวิเคราะห์ระบบระบบตัดสินใจเชิงปริมาณและระบบระบบตัดสินใจเชิงพื้นที่จะมีการทบทวนวิเคราะห์ เป็นการใช้แนวทางเลือกต่างๆ ให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาด้านทรัพยากรน้ำและทรัพยากรอื่นๆ หาทางเลือกที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ที่แตกต่าง โดยใช้การวิเคราะห์ด้วยระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์และระบบฐานข้อมูลในการสนับสนุนการตัดสินใจในเชิงพื้นที่