การศึกษาทางด้าน FS

แนวทางและรายละเอียดการศึกษาโครงการ FS

การศึกษาความเหมาะสมของโครงการ (Feasibility Study : FS)

บทนำ

   กรมทรัพยากรน้ำมีภาระหน้าที่ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในภาพรวมของประเทศ จึงมีแนวคิดว่าในการแก้ปัญหาด้านทรัพยากรน้ำและทรัพยากรอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยการบูรณาการระหว่างหน่วยงานและให้ประชาชนมีส่วนร่วม สร้างสมดุลยภาพการใช้น้ำให้ทุกภาคส่วน มีการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุน การเพิ่มมูลค่าน้ำ การส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจใช้น้ำน้อย การนำน้ำที่ใช้แล้วกลับมา ใช้ประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรมและภาคส่วนต่างๆ การจัดการควบคุมการใช้ประโยชน์ที่ดินและการเกษตร (Zoning) ให้มีการปลูกพืชให้เหมาะสมกับสภาพดินและน้ำ การเพิ่มขีดความสามารถและเพิ่มประสิทธิภาพ ในด้านการเกษตร การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมอย่างเป็นระบบให้เหมาะสมกับการจัดการด้านการใช้ที่ดินและทรัพยากรน้ำ และการเสริมสร้างศักยภาพการบริหารจัดการน้ำ รวมทั้งการพัฒนาระบบฐานข้อมูล องค์ความรู้ และเทคโนโลยี ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรน้ำได้ศึกษาแนวทางเบื้องต้นไว้แล้ว ทั้งนี้ จำเป็นต้องกำหนดยุทธศาสตร์ในการบริหารจัดการน้ำและทรัพยากรอื่นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อย่างบูรณาการและยั่งยืน

   รวมทั้งการพัฒนาระบบเครือข่ายน้ำไปยังพื้นที่วิกฤตน้ำที่ขาดแคลนน้ำอย่างเร่งด่วน และคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2553 อนุมัติตามที่คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เสนอให้กรมทรัพยากรน้ำ ดำเนินการโครงการระบบเครือข่ายน้ำในพื้นที่วิกฤตน้ำ 19 พื้นที่


   โดยทำการศึกษาความเหมาะสมของโครงการ (FS) ศึกษาการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และศึกษาประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์(SEA) ในระดับลุ่มน้ำ โขง ชี มูล รวมเป็นเงินงบประมาณ 865.54 ล้านบาท

   โดยการผูกพันงบประมาณข้ามปี พ.ศ. 2553 - พ.ศ. 2555 เพื่อเป็นกระบวนการในการตัดสินใจให้เกิดความยั่งยืนทุกมิติอย่างมีประสิทธิภาพ และให้ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมสอดคล้องกับนโยบาย รัฐบาล แผนพัฒนา และยุทธศาสตร์ ของประเทศและภูมิภาค สำหรับการจัดทำนโยบาย แผน และโครงการ (Policy Plan and Program : PPP) ในการบริหารจัดการน้ำเพื่อพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

   งานศึกษาความเหมาะสมของโครงการ (Feasibility Study : FS) ดำเนินการโดยพิจารณาการคัดเลือกโครงการ ที่ผ่านการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) ในพื้นที่วิกฤตน้ำ มาดำเนินการสำรวจและศึกษาความเหมาะสมของโครงการ โดยพิจารณาการพัฒนาแหล่งเก็บกักน้ำและหรือปรับปรุงแหล่งเก็บน้ำธรรมชาติและผันน้ำเชื่อมโยงพื้นที่เป็นระบบเครือข่ายน้ำ 19 พื้นที่เครือข่าย เพื่อให้เป็นรูปธรรมต่อการดำเนินงานในอนาคต โดยเน้นเป็นกลุ่มเป้าหมายและเครือข่ายน้ำในประเทศก่อน ซึ่งจะต้องศึกษาแนวทาง รูปแบบ และวิธีการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุน รวมทั้งแผนผังระบบกระจายน้ำเข้าสู่ไร่นาและ หมู่บ้านที่เหมาะสมและให้เต็มศักยภาพ เพื่อการเกษตร การอุปโภค-บริโภค อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว พลังงานและระบบนิเวศ ฯลฯ

วัตถุประสงค์

  • พิจารณาคัดเลือกโครงการที่ผ่านการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) ในพื้นที่วิกฤตน้ำ นำมาดำเนินการสำรวจและศึกษาความเหมาะสมของโครงการ
  • พิจารณาการพัฒนาแหล่งเก็บกักน้ำหรือปรับปรุงแหล่งเก็บน้ำธรรมชาติและผันน้ำเชื่อมโยงเป็นระบบเครือข่ายน้ำ 19 พื้นที่เครือข่าย เพื่อให้เป็นรูปธรรมต่อการดำเนินงานในอนาคต โดยเน้นเป็นกลุ่มเป้าหมายและเครือข่ายน้ำในประเทศก่อน

  • ศึกษาแนวทาง รูปแบบ และวิธีการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุน รวมทั้งแผนผังระบบกระจายน้ำเข้าสู่ไร่นาและหมู่บ้านที่เหมาะสมและให้เต็มศักยภาพ เพื่อการเกษตร การอุปโภค-บริโภค อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว พลังงานและระบบนิเวศ
  • พื้นที่ศึกษา


    แนวทางและรายละเอียดการศึกษาความเหมะสม

    • นำระบบเครือข่ายน้ำสายหลักและสายรองใน 19 พื้นที่ จากแผนของ SEA มาศึกษา
    • ศึกษาความเหมาะสมของระบบเครือข่ายน้ำและระบบกระจายน้ำถึงสระน้ำในไร่นาของแปลงเพาะปลูกของเกษตรกรทุกราย รวมทั้งกระจายน้ำถึงหมู่บ้านที่ขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค และหมู่บ้านที่ต้องการน้ำดิบเพื่อเสริมระบบประปาที่มีอยู่แล้ว

       กลุ่มบริษัทที่ปรึกษาจะกำหนดแนวทางและรายละเอียดการศึกษาเสนอคณะกรรมการกำกับดูแลที่ปรึกษาด้านวิชาการเห็นชอบก่อนดำเนินการศึกษา อย่างน้อยควรประกอบด้วย ดังนี้

  • ทบทวนการศึกษาและรวบรวมข้อมูลต่างๆ
  •    ทบทวนการศึกษาและรวบรวมข้อมูลต่างๆโดยข้อมูลที่ใช้ต้องเป็นข้อมูลปัจจุบันและใช้เอกสารที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด รวมทั้งต้องดำเนินการเก็บข้อมูลต่างๆ เพิ่มเติม ให้ครบถ้วนอย่างน้อย ดังนี้ ข้อมูลแผนที่ภูมิประเทศ ข้อมูลสภาพลุ่มน้ำและการแบ่งลุ่มน้ำย่อย ข้อมูลป่าไม้และชั้นคุณภาพลุ่มน้ำ ข้อมูลสภาพน้ำผิวดินและน้ำใต้ดิน ข้อมูลสภาพทางธรณีวิทยาฐานราก ปฐพีกลศาสตร์และวัสดุก่อสร้าง ข้อมูลอุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยา ข้อมูลทรัพยากรดินและการใช้ที่ดิน ข้อมูลสภาพการเกษตรในพื้นที่ลุ่มน้ำ ข้อมูลแหล่งน้ำและการพัฒนาแหล่งน้ำ ข้อมูลประชากร เศรษฐกิจและสังคม ข้อมูลสภาวะเศรษฐกิจสังคม ในระดับประเทศและในพื้นที่โครงการ ฯลฯ

  • การสำรวจเพิ่มเติมด้านต่างๆ
  •    การสำรวจเพิ่มเติมด้านต่างๆ ได้แก่ การสำรวจภูมิประเทศ ธรณีฐานราก แหล่งวัสดุก่อสร้างและการทดสอบวัสดุ เป็นต้น โดยสำรวจเพิ่มเติมส่วนที่จำเป็นเพื่อการศึกษา วิเคราะห์ และออกแบบ มีความครบถ้วนสมบูรณ์ตามหลักวิชาการ

  • การศึกษาด้านวิชาการ
  •    การศึกษาด้านวิชาการ เป็นการศึกษาและวิเคราะห์ด้านต่างๆ ให้สมบูรณ์ และครบถ้วนในระดับการศึกษาความเหมาะสม โดยมีหัวข้ออย่างน้อย ดังนี้ การศึกษาทบทวนด้านวิศวกรรม การศึกษาอุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยา การศึกษาทรัพยากรดิน การใช้ที่ดิน และการเกษตร การศึกษาประชากร เศรษฐกิจและสังคม การศึกษาวิเคราะห์ระบบลุ่มน้ำและความต้องการน้ำด้านต่างๆ ทั้งในปัจจุบันและอนาคต การศึกษาด้านสมดุลน้ำของโครงการระบบเครือข่ายน้ำ ประกอบด้วยการพัฒนาแหล่งเก็บน้ำ ปรับปรุงแหล่งเก็บน้ำและผันน้ำ รวมทั้งระบบกระจายน้ำถึงไร่นาและหมู่บ้าน การศึกษาขนาดองค์ประกอบโครงการที่เหมาะสม รวมทั้งการเปรียบเทียบและคัดเลือกตำแหน่งที่ตั้งและขนาดที่เหมาะสม เช่น ขนาดสถานีสูบน้ำ จำนวนเครื่องสูบน้ำ แนวอุโมงค์ผันน้ำ คลองผันน้ำ แนวท่อส่งน้ำ ขนาดของเขื่อน ฝาย/ประตูทดน้ำ อ่างเก็บน้ำ ฯลฯ รวมทั้งการหาขนาดที่เหมาะสมที่สุด (Optimum Size) ของสถานีสูบน้ำทุกสถานี และคลองผันน้ำหรือท่อทุกๆ แนว การศึกษารูปแบบ และวิธีการส่งน้ำที่เหมาะสมทั้งระบบแรงโน้มถ่วงและระบบกระจายน้ำอื่นๆ การศึกษาความเหมาะสมของระบบกระจายน้ำที่รองรับระบบเครือข่ายน้ำ การศึกษาวิเคราะห์การใช้ประโยชน์จากน้ำด้านต่างๆ ที่ได้รับประโยชน์จากโครงการในทุกด้าน

  • การออกแบบระดับการศึกษาความเหมาะสม
  •    การออกแบบระดับการศึกษาความเหมาะสม เพื่อกำหนดรูปแบบ ขนาด ทุกองค์ประกอบด้านวิศวกรรมของโครงการระบบเครือข่ายน้ำที่เหมาะสม รวมทั้งการประมาณราคาค่าก่อสร้าง โดยมีรายละเอียดเพียงพอสามารถนำไปจัดทำแผนงานก่อสร้างและการลงทุนของบประมาณสนับสนุนได้ เช่น อ่างเก็บน้ำ ฝายหรือประตูทดน้ำ ปรับปรุงแหล่งน้ำ สถานีสูบน้ำพร้อมระบบ อุโมงค์ผันน้ำ คลองส่งน้ำ/ผันน้ำ ท่อส่งน้ำ/ผันน้ำ เป็นต้น สำหรับรายละเอียดการออกแบบ การเขียนแบบและการประมาณราคาจะต้องมีความครบถ้วนสมบูรณ์ตามหลักวิชาการ และรายการรายละเอียดการควบคุมงานในภาคผนวก ข ของข้อกำหนดและขอบข่ายของงานจ้างที่ปรึกษา (TOR)

  • การศึกษาวิเคราะห์ด้านเศรษฐกิจ การเงินและการลงทุน
  •    การศึกษาวิเคราะห์ด้านเศรษฐกิจ การเงิน การลงทุนและผลตอบแทนทางด้านการเงิน ดำเนินการโดยรวมมูลค่างานที่ใช้ในการแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมเข้าเป็นค่าลงทุนโครงการด้วย รวมทั้งทำการวิเคราะห์ความไวต่อการเปลี่ยนแปลง (Sensitivity Analysis) อย่างน้อย 6 กรณีของการเปลี่ยนแปลงต่างๆ คือ (1) เมื่อค่าลงทุนเพิ่มขึ้น (2) เมื่อผลประโยชน์ของโครงการลดลง (3) เมื่อผลประโยชน์ของโครงการเพิ่มขึ้น (4) เมื่อค่าลงทุนเพิ่มขึ้นและผลประโยชน์ของโครงการลดลง (5) เมื่อค่าลงทุนเพิ่มขึ้นและผลประโยชน์ของโครงการเพิ่มขึ้น และ (6) เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนต่อ 1 เหรียญสหรัฐเปลี่ยนไปจากปัจจุบัน ตั้งแต่ ±1 บาท จนถึง ± 5 บาท รวมถึงการวิเคราะห์ความเหมาะสมของโครงการรวมและให้กำหนดแผนการก่อสร้างเป็นระยะ ๆ (Phasing) ทั้งนี้ การวิเคราะห์ความไวต่อการเปลี่ยนแปลงกรณีต่างๆ คณะกรรมการกำกับดูแลที่ปรึกษาด้านวิชาการ อาจจะพิจารณาเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสมของสภาพเศรษฐกิจ การเงิน และการลงทุน รวมทั้งให้คิดราคาต้นทุนของน้ำที่ผันต่อ 1 ลบ.ม. ซึ่งต้องพิจารณาการระเหยและการสูญเสียอื่นๆ ด้วย

       อาทิเช่น ด้านการเกษตร ด้านบรรเทาอุทกภัย ด้านอุปโภคบริโภค ด้านอุตสาหกรรม ด้านการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ ด้านปศุสัตว์ ด้านการประมง ด้านการคมนาคมขนส่งทางน้ำ (Logistics) การเสริมระดับน้ำใต้ดิน การรักษาระบบนิเวศ และอื่นๆ โดยใช้ข้อมูลต่างๆ จากการสำรวจจริงในพื้นที่และเชื่อถือได้ รวมทั้งการประเมินผลประโยชน์ต่างๆ ที่จะได้รับ การศึกษารูปแบบการพัฒนาการ ใช้น้ำเพื่อการเกษตรที่เหมาะสม ทั้งในฤดูฝนและฤดูแล้งตามพื้นที่ต่างๆ เมื่อมีโครงการ โดยพิจารณาข้อจำกัดทุกด้าน เช่น น้ำต้นทุนในฤดูแล้ง ความต้องการของราษฎร สภาพดิน การใช้ที่ดิน ดินเค็ม พื้นที่ การตลาด ศักยภาพน้ำเพื่อการเกษตร การประหยัดพลังงาน แรงงานเกษตร พืชพลังงาน พืชใช้น้ำน้อย ฯลฯ โดยใช้เทคนิคระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ และแบบจำลองคณิตศาสตร์ประกอบการพิจารณาเสนอรูปแบบการพัฒนาการ ใช้น้ำในกรณีต่างๆ ทั้งในปัจจุบัน อนาคต การศึกษาระบบเก็บกักน้ำเพื่อรับน้ำที่ผันเข้ามา พิจารณาศักยภาพแหล่งเก็บกักน้ำที่สามารถรองรับการผันน้ำ การศึกษาศักยภาพด้านไฟฟ้าพลังน้ำจากทุกส่วนโดยพิจารณาร่วมกับการ บริหารจัดการน้ำ การศึกษากำหนดและศึกษาทางเลือกขององค์ประกอบต่างๆ รวมทั้งการเปรียบเทียบและคัดเลือกแนวทางพัฒนาที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงเป้าประสงค์และตัวชี้วัดการพัฒนาอย่างยั่งยืนในมิติที่สำคัญ และเปรียบเทียบทางเลือกให้เห็นผลความแตกต่างอย่างชัดเจน ซึ่งอย่างน้อยควรใช้วิธีการ Multi-criteria analysis (MCA) หรือเทียบเท่า เพื่อให้โครงการสามารถพัฒนาไปถึงขั้นก่อสร้างเป็นระยะต่างๆ ได้

  • การศึกษาจัดทำแผนการก่อสร้างและการลงทุน
  •    การศึกษาจัดทำแผนการก่อสร้างและการลงทุน พิจารณาระยะการพัฒนาที่เหมาะสมและสอดคล้องกับแผนทุกระดับ โดยคำนึงถึงลำดับความสำคัญของปัญหา ความเดือนร้อน ความคุ้มทุน งบประมาณการลงทุน ระยะเวลาก่อสร้างที่เป็นไปได้ของโครงการและการติดตั้งเครื่องจักรอุปกรณ์ ซึ่งระยะเวลาแล้วเสร็จตามขั้นตอนต่างๆ และวิเคราะห์เพื่อเลือกแผนงานและขั้นตอนการก่อสร้าง ซึ่งมีความเหมาะสมและให้ผลตอบแทน จากการใช้ประโยชน์โครงการมากที่สุด และให้แสดงรายละเอียดค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมถึงแหล่งเงินทุนโดยใช้เงินตราภายในประเทศและเงินตราต่างประเทศเป็นรายปีขององค์ประกอบต่างๆ ตั้งแต่เริ่มงานจนแล้วเสร็จ รวมทั้งเสนอแนะรูปแบบและแนวทางนโยบายด้านการลงทุนก่อสร้างโครงการ จัดทำแผนการพัฒนาโครงการโดยละเอียด

  • การศึกษาชลศาสตร์และแบบจำลองคณิตศาสตร์
  •    การศึกษาชลศาสตร์และแบบจำลองคณิตศาสตร์ เพื่อวิเคราะห์อัตราและระยะเวลาการผันน้ำที่เหมาะสมกับสภาวะการไหลที่เกิดขึ้นจริง ศึกษาความสัมพันธ์ของอัตราการไหล ระดับน้ำและระยะเวลาการไหลจากต้นน้ำ ตลอดตามแนวคลอง/แนวท่อ ที่ระยะและระดับต่างๆ จนถึงพื้นที่รับประโยชน์ เพื่อส่งน้ำและบรรเทาอุทกภัย รวมทั้งจัดทำแบบจำลองการสร้างภาพเคลื่อนไหวแบบ 3 มิติ (3D-Animation) ของทุกโครงการระบบเครือข่ายน้ำในพื้นที่วิกฤตน้ำ และส่งมอบข้อมูลและแบบจำลองที่มีลิขสิทธิ์ที่ถูกกฎหมายให้กรมทรัพยากรน้ำพร้อมทั้งจัดฝึกอบรมการใช้แก่เจ้าหน้าที่จนสามารถใช้งานเองได้

  • ศึกษาจัดทำรูปแบบมาตรฐานและแนวผังระบบกระจายน้ำ
  •    ศึกษาจัดทำรูปแบบมาตรฐานและแนวผังระบบกระจายน้ำ พิจารณาจัดทำรูปแบบมาตรฐานระบบกระจายน้ำในหลายรูปแบบ ตามความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และการใช้ประโยชน์ และการวางผังระบบกระจายน้ำ บนแผนที่ภูมิประเทศ โดยมีมาตราส่วน 1:2,000 ถึง 1:4,000 เส้นชั้นความสูงทุก 0.50 ม. หรือ 1.00 ม. เพื่อให้สามารถส่งน้ำถึงไร่นาและหมู่บ้าน สำหรับรายละเอียดการออกแบบ การเขียนแบบและการประมาณ ราคาจะต้องมีความครบถ้วนสมบูรณ์ตามหลักวิชาการ และรายการรายละเอียดการควบคุมงานในภาคผนวก ข ของข้อกำหนดและขอบข่ายของงานจ้างที่ปรึกษา (TOR) นอกจากนั้นที่ปรึกษาจะดำเนินการอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการกำกับดูแลงานที่ปรึกษาด้านวิชาการให้ความเห็นชอบ